อธิบดีกรมชลฯยันไม่มีข่มขู่ ผู้คัดค้านสร้างเขื่อนวังหีบ

“อธิบดีกรมชลฯ ยันไม่มีเจ้าหน้าที่ไปข่มขู่ประชาชน ที่คัดค้านการสร้างเขื่อนวังหีบ นครศรีธรรมราช แจงหน่วยงานรัฐ ได้บูรณาการทำงานร่วมกับ จังหวัดเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเป็นหลัก เมื่อวันที่ 1 มี.ค.นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงกรณีแกนนำและประชาชนที่ร่วมกันคัดค้านการสร้างเขื่อนวังหีบ  จ.นครศรีธรรมราช ถูกเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานข่มขู่ และมีทหารระดับสูงใน กอ.รมน.จ.นครศรีธรรมราช

ให้การสนับสนุนโครงการฯ ทั้งที่การสร้างเขื่อนไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมใน อ.ทุ่งสงได้  อีกทั้งเขื่อนวังหีบยังกักเก็บน้ำได้ 20 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ใช้งบก่อสร้างถึง 2,600 ล้านบาท รวมไปถึงกรณีเขื่อนวังหีบผ่านกระบวนการทำรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว แต่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบไม่ได้เข้าร่วมกระบวนการดังกล่าว  ว่า   การดำเนินการโครงการอ่างเก็บน้ำวังหีบ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นครศรีธรรมราช กรมชลประทาน  ได้บูรณาการทำงานร่วมกับ จ.เน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเป็นหลัก  มีการประชุมชี้แจงเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการในพื้นที่และรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างสม่ำเสมอ โดยมิได้มีการข่มขู่ใดๆ จากเจ้าหน้าที่ภาครัฐตามที่กล่าวอ้าง 

ส่วนกรณีการสร้างกระแสข่าว เรื่องการจ่ายค่าเวนคืนที่ดิน และสร้างความเข้าใจผิดต่อประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่สร้างเขื่อน นั้น  อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า  จ.นครศรีธรรมราช  ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาการพัฒนาแหล่งน้ำ “โครงการวังหีบอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (ร.9) จังหวัดนครศรีธรรมราช” ซึ่งครอบคลุมทุกภาคส่วนมากที่สุด เพื่อดำเนินการประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ต่อมาคณะทำงานฯชุดนี้ ได้มีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 60 ให้ดำเนินการโครงการอ่างเก็บน้ำวังหีบฯ โดยได้มีการประชาสัมพันธ์ ชี้แจงข้อมูล ทำความเข้าใจ และสร้างการรับรู้กับประชาชนในพื้นที่ตลอดจนกลุ่มอนุรักษ์ป่าต้นน้ำเขาเหมน – วังหีบ อย่างต่อเนื่อง  เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบ รวมทั้งให้เร่งสำรวจผู้ได้รับผลกระทบ  ให้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย พันธุ์พืชของราษฎร และคณะกรรมการพิจารณาราคาที่ดิน โดยให้เร่งดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาราษฎรที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว ถูกต้อง และโปร่งใส. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews