5 ข้อต้องรู้ก่อนคิดเลี้ยงปลาทอง

ประเด็นหลัก
⦁ ปลาทองจัดว่าเป็นปลาสวยงามอับดับต้นๆ ที่ทุกคนจะนึกถึงเมื่อเวลาอยากจะเลี้ยงปลาซักชนิดหนึ่ง แต่มีใครเคยรู้หรือไม่ว่าปลาทองอาจไม่ได้เลี้ยงง่ายอย่างที่คิด การจะเริ่มเลี้ยงปลาทองนั้นต้องศึกษาข้อมูล และเตรียมตัวเองให้มีความพร้อมด้วยเช่นกัน
มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ต้องผิดหวังเสียใจกับการจากไปอย่างไม่รู้สาเหตุของปลาทองที่เลี้ยงไว้ เพราะปลาทองถือว่าเป็นสัตว์ที่ตายได้ง่าย วันนี้น้องแมวสีเทาจึงจะขอเรียบเรียงสิ่งสำคัญที่ต้องรู้ และการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะนำปลาทองมาเลี้ยง ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลยค่ะ

⦁ ตู้ปลา

การเลี้ยงปลาทองให้มีสุขภาพแข็งแรง สีสันสดใส เราจำเป็นต้องใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่สถานที่เลี้ยง โดยทั่วไปนิยมเลี้ยงในตู้กระจกใส หรืออ่างปูนซีเมนต์ หากเลี้ยงในตู้กระจกควรเลือกขนาดที่มีความจุของน้ำอย่างน้อย 40 ลิตร ซึ่งใช้เลี้ยงปลาทองได้มากถึง 12 ตัว แต่ถ้าเลี้ยงในอ่างซีเมนต์ต้องคำนึงถึงแสงสว่าง ควรเป็นจุดที่ไม่อับแสง แต่ก็ไม่ควรมีแสงจ้าจนเกินไป ทั้งนี้ควรใช้ตาข่ายพรางแสงประมาณ 60% ปิดปากบ่อ สภาพของบ่อเลี้ยงควรสร้างให้ลาดเอียง เพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนถ่ายน้ำ
ส่วนการเลี้ยงปลาทองในตู้กระจกจะทำให้ง่ายต่อการควบคุมอุณหภูมิ เพราะว่าปลาทองค่อนข้างที่จะอ่อนไหวกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ฉะนั้นการรักษาระดับอุณหภูมิให้คงที่ตลอดวันจะทำให้ปลาทองรอดชีวิตได้ดีมากขึ้น
⦁ การให้อาหาร

น้องแมวสีเทาแนะนำว่าควรให้อาหารสำเร็จรูป วันละ 1-2 ครั้ง ปลาควรกินหมดภายใน 15 นาที อาหารที่เหลือควรตักออกเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย การให้แต่ละครั้งไม่ควรมากจนเกินไป เพราะจะทำให้ปลาอ้วนเกินไปได้ ลักษณะของปลาทองที่สมบูรณ์สังเกตได้จากบริเวณโคนหางจะใหญ่ แข็งแรง และมีความสมดุลกับตัวปลา เมื่อมองจากมุมด้านบนจะสังเกตเห็นความกว้างของลำตัวอ้วนหนา บึกบึน ขณะที่สีบนตัวปลาจะต้องมีสีสดเข้ม กรณีที่เลี้ยงปลาทองในบริเวณที่มีแสงแดดเพียงพอไม่จำเป็นต้องให้อาหารเร่งสีแก่ปลาทองค่ะ
⦁ คุณภาพของน้ำ

น้ำเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมากในการเลี้ยงปลา เพราะมีผลต่อปลาโดยตรง เช่น คุณภาพน้ำที่เหมาะสมจะทำให้ปลาเจริญเติบโตเร็ว ปลาไม่เกิดความเครียด สุขภาพดี แข็งแรง ต้านทานต่อโรคได้ดี ซึ่งน้ำประปามีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะนำมาใช้เลี้ยงปลาทอง เนื่องจากน้ำประปาผ่านการบำบัด และการกรองหลายขั้นตอน จึงสะอาด ปราศจากเชื้อโรค แต่ก็มีปัญหาเรื่องปริมาณคลอรีนที่หลงเหลืออยู่ในน้ำเช่นกัน วิธีการกำจัดคลอรีนก็สามารถทำตามได้ดังนี้ค่ะ

– พักน้ำไว้ 2-3 วัน หรือตากแดดไว้ 24 ชั่วโมง คลอรีนจะแตกตัวระเหยไปกับอากาศ

– ถ้าต้องการใช้น้ำเลี้ยงปลาทันที สามารถเติมโซเดียมไทโอซัลเฟต อัตรา 1 เกล็ดต่อน้ำ 5 ลิตร
⦁ อากาศหรือออกซิเจนในน้ำ

ปลาทองส่วนมากเคยชินกับสภาพน้ำที่ต้องมีออกซิเจน ดังนั้น ในตู้ปลาก็ต้องมีระบบการหมุนเวียน ไม่ว่าจะผ่านระบบกรองน้ำ น้ำพุ น้ำตก หรือปั๊มน้ำ เพราะการหมุนเวียนของน้ำคือการทำให้เกิดการสร้างออกซิเจน และปลาทองขนาดใหญ่ย่อมต้องการออกซิเจนมากกว่าปลาเล็ก

ส่วนเรื่องอุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสม คือ 28-35 องศาเซลเซียส หากเพิ่งซื้อปลามาใหม่ ก่อนที่จะปล่อยปลาลงในตู้ ควรแช่ถุงใส่ปลาทองในน้ำก่อนซัก 10-15 นาที เพื่อเป็นการปรับอุณหภูมิให้กับปลาค่ะ
⦁ การเลือกซื้อปลาทอง

จริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องเลือกซื้อปลาทองที่มีราคาแพง โดยเฉพาะมือใหม่ควรซื้อปลาทองที่ขนาดเล็กมาลองหัดเลี้ยงดูก่อน ซึ่งการเลือกปลาทองขอให้ดูลักษณะที่ดี เน้นความสมบูรณ์ และแข็งแรงเป็นหลัก ควรเลือกปลาที่ว่ายน้ำตลอดเวลา การว่ายน้ำต้องเป็นปกติ ไม่หัวทิ่ม หรือเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง เลือกปลาที่ตัวใหญ่ที่สุดในกลุ่ม ตัวปลาต้องมีสีเข้ม เกล็ดเป็นมันวาว มีความสมดุลของลำตัวด้านซ้ายและขวา ปลาที่สมบรูณ์แข็งแรงครีบและหางจะเบ่งบานตลอดเวลา

หวังว่าข้อมูลทั้งหมดที่น้องแมวสีเทานำมาฝากในวันนี้ คงจะเป็นตัวช่วยที่ดีให้กับเพื่อนๆ ในการเริ่มที่จะลงมือเลือกซื้อเจ้าปลาทองตัวน้อยมาเลี้ยงนะคะ น้องแมวสีเทาอยากฝากไว้ว่าสัตว์เลี้ยงทุกชนิดล้วนต้องการความเอาใจใส่มากๆ และอย่าลืมให้ความรักอย่างเต็ม 100% ด้วยนะคะ ถึงแม้จะเป็นปลาทองตัวน้อยก็ตามที

Credit https://www.petcitiz.info/ปลาสวยงาม/